SUPERIOR EUROPE CLASSIC
อิตาลี (โรม)  สวิตเซอร์แลนด์  ฝรั่งเศส (ขึ้นยอดเขาจุงเฟรา)
10 วัน 7 คืน
โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
สถานที่ท่องเที่ยว
  • ชมความอลังการของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ที่นครวาติกันประเทศที่เล็กที่สุดในโลก
  • ชม 3 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โคลอสเซี่ยม หอเอนปิซ่า และหอไอเฟล
  • เยือนดินแดนสุดแสนโรแมนติก บนเกาะเวนิส (Venice)
  • ขึ้นรถไฟพิชิตยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป
  • ตื่นตาตื่นใจกับพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace)
  • นำท่านล่องเรือกอนโดล่าที่เมืองเวนิส
  • เที่ยวยอดเขาริกิ ยอดเขาสุดแสนโรแมนติก
กำหนดวันเดินทาง
วันที่    6-15, 20-29 ก.ย. 61 77,900.-
วันที่    4-13, 11-20, 18-27 ต.ค. 61 77,900.- 



โปรแกรมเดินทาง
keyboard_arrow_right
วันที่ 1 :: กรุงเทพฯ

18.00 น.

คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก 

21.25 น.

ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 373

keyboard_arrow_right
วันที่ 2 :: กรุงเทพฯ – ดูไบ – โรม – วาติกัน – โคลอสเซี่ยม – น้ำพุเทรวี่ – มอนเตคาตินี่

00.50 น.

เดินทางถึง สนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง

03.20 น.

ออกเดินทางสู่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยเที่ยวบิน EK 099

07.25 น.

ถึงสนามบินฟูมิชิโน กรุงโรม ประเทศอิตาลี  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2561) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางพาท่านเข้าสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้า และเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านเข้าชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter's Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์  

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
จากนั้นผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา  นำท่านชมความยิ่งใหญ่ในอดีต และเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสนามกีฬาโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน นำชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดัง นำท่านเดินสู่บริเวณย่านบันไดสเปน (The Spainsh Step) แหล่งแฟชั่นชั้นนำและแหล่งนัดพบของคนรักการช้อปปิ้ง หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมอนเตคาตินี่ เมืองตากอากาศแห่งแคว้นทัสคานี

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม  GRAND HOTEL TETTUCCIO หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 3 :: มอนเตคาตานี่ – ปิซ่า – ฟลอเรนซ์ – เมสเตร้

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของ นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ  บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

บ่าย

นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune),วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมสเตร (Mestre) ประตูเข้าสู่เวนิส

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม BEST WESTERN PLUS QUID AIRPORT หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 4 :: ปิซ่า – เกาะเวนิส – ล่องเรือกอนโดล่าชมเมืองเวนิส – มิลาน

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด  นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือกอนโดล่าชมบ้านเรือนของชาวเวนิส (ลำละ 6 ท่าน) สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน  มีสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก" มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้  ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเกตตี้หมึกดำ)

บ่าย

จากนั้นเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)   ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม  NH MILANO หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 5 :: มิลาน –Foxtown Outlet – ทะเลสาบโคโม่ – อินเทอร์ลาเคน

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ฟ๊อกซ์ทาวน์ เอ้าท์เลท (Fox town outlet) ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นเอ๊าท์เลทใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านค้ากว่า 160 ร้าน เช่น แว่นตา ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา แฟชั่นแบรนด์แนมชื่อดังอาทิ เช่น Salvatore Ferragamo, D&G, Armani, Burberry, Bally, Diesel, Calvin Klein, Gant, Prada, Gucci, Prada, Nike, Fendi, Tod’s, Versace, Valentino, Furly, Guess, Hugo Boss, Lacoste, Levi’s และอื่น ๆ อีกมากมาย

เที่ยง

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

บ่าย

นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบโคโม่ (Como lake) ทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว นำท่านเดินข้ามพรหมแดนอิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินทางสู่จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอร์ลาเคน (Interlaken) เมืองระหว่างทะเลสาบ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (ฟองดูร์ชีส)
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 6 :: ยอดเขาจุงเฟรา – ลูเซิร์น

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี คศ.2001  องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจูงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจูงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง

บ่าย

พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม.และหนาถึง 700 เมตร โดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน(Lauterbrunnen) จากนั้นเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน  จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม SEEBURG หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 7 :: ลูเซิร์น – ยอดเขาริกิ – สตาร์สบูร์ก

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านล่องเรือทะเลสาบลูเซิร์น (Luzern Lake) พร้อมต่อด้วยรถไฟเพื่อเดินทางสู่ยอดเขาริกิ (Rigi Kulm) ยอดเขาในเทือกเขาแอลป์ที่อยู่ในภาคกลางของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะ "ราชินีแห่งเทือกเขา" โดยยอดที่สูงที่สุด มีความสูงถึง 1,797.5 เมตร โดยบนยอดเขาท่านจะมสามารถเห็นวิวโดยรอบได้ 360 องศาพร้อมด้วยวิวทะเลสาบลูเซิร์นและทะเลาสาบซุก สมชื่อกับตำแหน่งราชินีของขุนเขา โดยสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง “อย่าลืมฉัน” และ “รัตนาวดี” ด้วย

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alszce) ที่มี 2 วัฒนธรรม คือฝรั่งเศสและเยอรมนี เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมา สตราสบูร์ก เป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม

ค่ำ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE STARSBOURG CENTRE GARE หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 8 :: สตาร์สบูร์ก – นั่งรถไฟ TGV สู่กรุงปารีส – ประตูชัย – หอไอเฟล รับประทานอาหารระหว่างล่องเรือแม่น้ำแซนด์

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำคณะนั่งรถไฟความเร็วสูง TGV สู่มหานครปารีส วิ่งด้วยความเร็ว 300 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนถึงเดินทางมาถึงสถานีรถไฟ Gare Du East ในมหานครปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีมนต์เสน่ห์อันเหลือล้น ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนมากที่สุด ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลกที่ทรงด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

บ่าย

นำเที่ยวชมความงดงามของมหานครปารีส ผ่านลานประวัติศาสตร์จัตุรัสคองคอร์ด (Place de la Concorde) ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีอองตัวแนต ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยกิโยตินในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จากนั้น ผ่านชมถนนสายโรแมนติกชองป์เอลิเซ่ (Champs Elysees) ซึ่งทอดยาวจากจัตุรัสคองคอร์ดตรงสู่ประตูชัยนโปเลียน, นำชมและถ่ายรูปคู่กับประตูชัย   นโปเลียน (Arc de Triomphe) สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียนในศึก เอาส์เตอร์ลิทซ์ในปี1805 โดยเริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1806 แต่มาแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1836 จากนั้นนำถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหอไอเฟล (Tour Eiffel) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นสูงตระหง่านคู่นครปารีสด้วยความสูงถึง 1,051 ฟุต ซึ่งสร้างขึ้นในปีค.ศ.1889 ที่บริเวณจัตุรัสทรอคาเดโร่

ค่ำ

นำท่านรับประทานอาหารระหว่างล่องเรือไปตามแม่น้ำแซนด์ ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงปารีส ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมอันคลาสสิคของอาคารต่างๆตลอดสองฝากฝั่งแม่น้ำเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (ในกรณีที่รอบอาหารบนเรือเต็มทางบริษัทขอย้ายไปเป็นที่ร้าน LE CIEL DE PARIS RESTAURANT RESTAURANT WITH A PANORAMIC VIEW OF PARIS แทน

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL PARIS PONT DE SERVES หรือเทียบเท่า

keyboard_arrow_right
วันที่ 9 :: พระราชวังแวร์ซายน์ – พิพิธภัณฑ์น้ำหอม – ช้อปปิ้ง

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
เดินทางสู่ เมืองแวร์ซายส์ นำเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ (Versailles Palace) อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง) ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล พาท่านชมห้องต่างๆของพระราชวัง เช่น โบสถ์หลวงประจำพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นรำของพระนางมารี อังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่

เที่ยง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1983 ตัวอาคารเป็นที่อยู่เดิมของ นโปเลียน โบนาปาร์ตที่ 3 Louis-Napoléon Bonaparte III ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัย  จากนั้นเชิญเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นราคาถูกในร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) อาทิ เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม นาฬิกาหรือกระเป๋า จากนั้นพาท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลกในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุง ปารีสที่แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) หรือท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าของสวิสจากร้าน Bucherer ร้านดังของสวิส ที่มีสาขาเปิดอยู่ใจกลางกรุงปารีส โดยมีสินค้ามากมาย อาทิเช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิเช่น Rolex, Omega, Tag Heuer     เป็นต้น

17.00 น.

นำเดินทางสู่ สนามบินชาร์ล เดอ โกล เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน

21.55 น.

ออกเดินทางกลับสู่ดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK 076

keyboard_arrow_right
วันที่ 10 :: ดูไบ – กรุงเทพฯ

06.35 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.

ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372

19.15 น.

ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ

อัตราค่าบริการ และเที่ยวบินการเดินทาง
อัตราค่าบริการนี้รวม
  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
  5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล
(หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)
** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
  • เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
  • เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
     [รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8.  มัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
1.  ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2.  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว,
ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3.  ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4.  ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5.  ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศอิตาลี (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,000 บาท)
6.  ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ  (18 ยูโร)
7.  ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 ยูโร ต่อคน ต่อวัน : 10 x 3 = 30 ยูโร )
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 
เงื่อนไข 1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท ภายใน 36 ชั่วโมงหลังการจอง โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า ภายใน 
3. วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
4. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
5. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง
6. หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
7. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

กรณียกเลิกการเดินทาง
  1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง   คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  2. แจ้งยกเลิกภายใน 30-44 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 10,000 บาท
  3. แจ้งยกเลิกภายใน 16-29 วันก่อนเดินทาง   เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 20,000 บาท
  4. แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15 วันก่อนเดินทาง   ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (30ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน
  6. กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้คือ ค่าธรรมเนียมในการมัดจำตั๋ว และค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ
  7. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ ขอเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าวีซ่าและค่าบริการยื่นวีซ่า / ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน หรือค่าตั๋วเครื่องบิน (กรณีออกตั๋วเครื่องบินแล้ว) / ค่าส่วนต่างในกรณีที่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ครบตามจำนวน
  8. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ  ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด  
  9. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากปลอมแปลงหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าเหตุผลใดๆตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
หมายเหตุ
การยื่นวีซ่าแต่ละครั้งกับบริษัททัวร์ จะต้องทำการยื่นวีซ่า      ประเภทหมู่คณะ เท่านั้น โดยการยื่นเป็นหมู่คณะ ต้องมีจำนวน 15 คน ขึ้นไป โดยทางศูนย์รับยื่น จะเป็นผู้กำหนดวันยื่นวีซ่าเท่านั้น ถ้าหากผู้เดินทางไม่สามารถไปยื่นวีซ่าในวันที่กำหนดได้ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (Premium) ดังนี้
  • ในกรณีที่เหลือระยะเวลายื่นวีซ่าน้อยกว่า 15 วัน นับจากวันเดินทางมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม  ท่านละ 2,200 บาท 
  • ในกรณีที่เหลือเวลายื่นวีซ่าเหลือน้อยกว่า 5 วัน มีค่า Fast Track เพิ่มเติมอีก ท่านละ 400 บาท รวมเป็น 2,600 บาท
 
**ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ผู้เดินทางต้องชำระกับทางศูนย์รับยื่นโดยตรง**

   Add Line สอบถาม :   
  https://goo.gl/K5j8KP  

สอบถามโทร 022498217

จองทริปนี้

กรุณากรอกข้อมูลด้านล่างให้ครบถ้วนเพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับไปหาท่าน

ติดต่อเรา
MERRYLAND TRAVEL SERVICE CO., LTD.
1270-1272 ถ.พระราม4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-2498217
แฟกซ์ 02-2401285-6, 02-2402287
อีเมลล์ merrylandtravel.th@gmail.com
ใบอนุญาตเลขที่ 11/00183

 


certified member of
Copyright 2015 © Marrytravel. All rights reserved by siam-webdesign